การเงิน - บริหารจัดการ

Transformation ทางรอด SMEs

Transformation ทางรอด SMEs

หากจะพูดถึงคำว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล”  หรือ “Digital Economy” ชาว SMEs ทั้งหลายอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัว บางคนไม่รู้ว่าคืออะไร บางคนไม่เข้าใจเศรษฐกิจดิจิทัลเกี่ยวอะไรกับเรา จึงไม่สนใจ ไม่ศึกษา ยังคงทำธุรกิจต่อไปในรูปแบบเดิมๆ ทั้งที่ธุรกิจเริ่มจะถูกเทคโนโลยีคุกคามอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ตัว เพิ่งจะรู้สึกตัวเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา

เมื่อคนไม่สามารถเดินทางออกไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระเรียกได้ว่าโลกที่แท้จริงหมุนช้าลง แต่ในโลกออนไลน์กลับหมุนเร็วขึ้น โลกได้เปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบแล้ว โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนอยู่บนออนไลน์ที่เชื่อมต่อกันทั้งโลกโดยอินเทอร์เน็ต ทุกคนจึงตระหนักว่า ดิจิทัลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว ตั้งแต่การพบปะพูดคุยกับเพื่อนใน Social Media การจับจ่ายใช้สอยทุกอย่าง ดูหนัง ฟังเพลง สั่งอาหาร หาความรู้ข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ

การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การขนส่ง การขาย และการบริการ ใครปรับตัวได้เร็วก็รอด ใครปรับตัวช้าหรือปรับตัวไม่ได้ก็ต้องล้มหายตายจากไปในที่สุด

การปรับตัวของภาคธุรกิจ จากการทำธุรกิจแบบดั้งเดิม แปลงร่างหรือ Transformation เป็นรูปแบบใหม่ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย อาจจะทำให้ผู้ประกอบการ SMEs หนักใจเพราะธุรกิจยังมีขนาดเล็กมีฐานเงินทุนไม่มากพอ กลัวจะต้องลงทุนมาก แถมยังขาดความรู้และทักษะในการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้  อีกทั้งเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จนทำให้ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มTransform ธุรกิจในกระบวนการใดก่อน  

เรื่องนี้เป็นข้อกังวลจริงหรือไม่ คำตอบคือเรื่องจริง แต่เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ SMEs สามารถ Transform โดยไม่ต้องใช้เงินมากมาย เก็บตกบางส่วนจากการสัมมนา " Transformation ทางรอด SMEs" ที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2564 มีคำตอบให้ผู้ประกอบการ เพียงแต่จะต้องปรับ Mindset ของเจ้าของกิจการ คุณสมคิด จิรานันตรัตน์ อดีตประธาน KBTG กรุ๊ป ผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาแอพพลิเคชัน K Plus , เป๋าตังค์ ได้แนะนำว่า การ Transformation ของผู้ประกอบการ SMEs ต้องเริ่มต้นที่วิธีการคิดก่อน

ไม่จำเป็นต้องรู้เทคนิคเยอะแยะ เพียงแต่รู้ว่า Impact ของเทคโนโลยีกับลูกค้า และธุรกิจของเราเป็นอย่างไร แล้วมาดูว่าเราเข้าใจและมีความรู้แค่ไหน ศูนย์กลางของธุรกิจเราอยู่ที่ไหน หากลูกค้าคือศูนย์กลาง ก็ต้องพิจารณาว่าลูกค้ามีพฤติกรรมเป็นอย่างไร ลูกค้าซื้อของจากหน้าร้านหรือซื้อของออนไลน์กันหมดแล้ว และเมื่อลูกค้าซื้อของออนไลน์ เทคโนโลยีดิจิทันก็คือศูนย์กลางการให้บริการ ซึ่งเราต้องไปในจุดนั้น

คุณสมคิดยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทำธุกิจโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก คือ การเข้าไปขายของมีหน้าร้านในแพลตฟอร์มดิจิทัลฟรีที่มีคนเข้าไปอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น  Facebook   Instagram YouTube แต่การขึ้นไปขายสินค้าหรือบริการบนแพลตฟอร์มที่เป็นของต่างชาติ จะมีข้อเสียคือไม่สามารถที่จะควบคุมอะไรได้ แถมยังทำให้ AI ของแพลตฟอร์มนี้เก่งขึ้นในการจับพฤติกรรมของคนใช้บริการ  แต่เจ้าของแพลตฟอร์มจะเอื้อให้กับธุรกิจเรามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับนโยบายของเขา หากเขาคิดว่าเราอยากให้ลูกค้าไปหาเรามากก็จะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณามากขึ้น ขึ้นราคาถี่ๆ

ในขณะที่ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังด้านไอทีอย่าง “พี่หลาม” เจ้าของฉายาจิ๊กโก๋ไอที หรือ คุณที่รัก บุญปรีชา ให้คำแนะนำการ Transform สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ว่า การแปลงร่างโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของผู้ประกอบการ SMEs  สามารถที่จะใช้เครื่องมือที่หลากหลายและจากแหล่งที่ให้บริการฟรีมีอยู่มากมาย แต่หลายคนยังไม่เคยศึกษาอย่างจริงจังก็จะไม่รู้ว่าของฟรีมีในโลกและคิดกังวลว่า การเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจจะต้องใช้เงินลงทุนสูง

คุณที่รัก ยกตัวอย่างว่า ผู้ประกอบการ SMEs เป็นรายย่อย ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเอง สามารถที่จะเอาตัวเราไปอยู่ในแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว จะมีกี่แพลตฟอร์มก็เข้าไปขายของในนั้นได้  เช่นในโซเชียลเน็ตเวิร์ค Facebook, YouTube , Instagram , LINE หรือแม้กระทั่ง Twitter   สามารถเปิดร้านได้ฟรี เปิด Pages  เตรียมสร้างธุรกิจ  โอกาสทำธุรกิจในโลกออนไลน์มีเท่าเทียมกันทั้งรายใหญ่และรายย่อย ไม่ใช่รายใหญ่เท่านั้นที่จะขายได้เสมอไป อยู่ที่ใครจะตอบสนองลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ดี การทำธุรกิจฟรีบนแพลตฟอร์มของคนอื่น  หากทำมาได้ระดับหนึ่ง มีข้อเสียคือเราไม่สามารถกำหนดความเป็นไปของมันได้ อยู่ที่เจ้าของแพลตฟอร์มเป็นผู้กำหนด เช่น ที่ทำธุรกิจบน Facebook แต่อยู่มาวันหนึ่งทาง Facebook ปรับทำให้คนมองเห็น Page ของเราน้อยลง เพื่อกดดันให้เราต้องลงโฆษณากับเขามากขึ้น หากต้องการความรวดเร็วก็ซื้อโฆษณา แต่หากต้องการฟรี ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีออแกนิกส์ล้วนๆ หากไม่ซื้อโฆษณาเราจะต้องโพสต์แนะนำสินค้าของเราเองและแชร์ไปในกลุ่มต่างๆที่เราเข้าไปเป็นสมาชิก ก็จะสร้างการมองเห็นในกรุ๊ปมากขึ้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้ว่า แพลตฟอร์ม Google มีเครื่องมือสำหรับงานธุรกิจเยอะ ช่วยในการ Transformation ได้อย่างดีและที่สำคัญคือ “ฟรี”

คุณที่รักแนะนำโปรแกรมแรกที่ฟรีใน Google คือ Google My Business เป็นเครื่องมือที่ google สร้างเพื่อให้ธุรกิจ องค์กร ห้างร้าน ระบุตัวตนของตัวเองบนโลกออนไลน์ในระบบค้นหาของ Google ในส่วนของ Search และ Maps ซึ่งเราสามารถใช้เครื่องมือนี้ในการบอกเล่า Profile ของตัวเอง วิธีการติดต่อ ข้อมูลของเรา เพื่อบอกให้โลกรู้ว่าเรามีตัวตน เป็นเครื่องมือที่ดีมากที่จะทำให้คนค้นหาเราได้ง่ายขึ้น  รู้ว่าเราทำธุรกิจนี้อยู่ในประเทศไทย เรามีสินค้าและบริการใดบ้าง เราจะบริการคนในระดับไหนได้บ้าง บอกให้ทั้งโลกรู้แล้วทุกคนจะค้นหาเราเจอ  

โปรแกรมต่อมาคือ Market Finder ส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ คุณอาจจะมีลูกค้าไม่กี่ประเทศ แต่การที่คุณเข้าสู่ออนไลน์ลูกค้าของคุณสามารถมีได้ทั้งโลกเลย แต่การที่คุณจะรู้ว่าลูกค้าของคุณอยู่มุมไหนของโลกคุณต้องใช้ประโยชน์จาก Market Finder ที่เป็นเครื่องมือจัดเตรียม Insights และ Solution แบบ End to End ที่วิเคราะห์เทรนด์และการค้นหา เ

Market Finder  เป็นแอพพลิเคชั่นที่หลายคนไม่ค่อยรู้จักและไม่เคยเข้าใช้บริการ ทั้งที่เป็นประโยชน์มาก เช่น พี่น้องที่ทำเกษตรกรรม ทำสวนทุเรียน ทำสวนมะม่วง ทำสวนผลไม้เข้าไปใน Market Finder ก็จะได้เจอข้อมูลอินไซค์ว่าในโลกนี้มีประเทศไหนที่มีความต้องการสินค้ามะม่วง ทุเรียน บ้าง หากเราขายในประเทศจนตลาดอิ่มตัวขยายไม่ได้อีกต่อไป เราต้องการส่งออกเราก็จะรู้เลยว่ากลุ่มลูกค้าของเราอยู่ที่ไหน อยู่ประเทศอะไร ก็สามารถดำเนินการติดต่อซื้อขายกับเขาได้ เสนอตัวเข้าไปพูดคุยเจรจาซื้อขายแล้วเราก็จะสามารถกลายเป็นผู้ที่ส่งสินค้าออก 

บริการฟรีอีกตัวนึงของ Google ชื่อว่า Google Primer เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเรียนรู้เรื่องธุรกิจและการตลาด ผ่านบทเรียนสั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที เช่น การเรียนรู้ให้ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ New Normal เรียนรู้การทำ Digital Marketing เป็นต้น แต่เป็นการนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นผู้ประกอบการทั้งหลายควรจะ Transform ตัวเองให้เรียนรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้ก่อน ความรู้ฟรีในโลกน้มีเยอะมาก อย่างใน Youtube มีเรื่องความรู้ให้เรียนรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Product  การเล่าเรื่องของผลิตภัณฑ์ ให้ลูกค้ารู้จักเรา

คุณที่รักแนะนำผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการจะแปลงร่างไปสู่การทำธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลว่า เริ่มลองจากเรื่องง่ายๆก่อนและขยายออกไปซึ่งควรจะลองใช้แอพพลิเคชันแต่งภาพ เพื่อให้ภาพถ่ายสินค้าเราดูสวยงามน่าซื้อ ทำคลิปวีดีโอแนะนำสินค้าลงใน Facebook  เป็นต้น ลองทำเว็บไซต์ฟรีของเราในแพลตฟอร์ม Worldpress  ในที่สุดแล้วเมื่อทำให้เกิดการรับรู้ของลูกค้าว่ามีเราอยู่ เพิ่มยอดขายได้มากในอนาคตเราก็อาจจะลงทุนทำเว็บไซต์ของตัวเอง ทำแอพพลิเคชั่นเอง

จากคำแนะนำของ กูรูด้านไอที นั้น ทำให้เห็นว่าการหาความรู้และการรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็น จะทำให้ผู้ประกอบ SMEs หลุดจากความกลัวการลงทุน ในการปรับเปลี่ยนแปลงร่างธุรกิจให้เข้าไปอยู่ในโลกดิจิทัลได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องใช้เงินมากนั้นทำได้ ของฟรีมีในโลก แต่การจะปรับเปลี่ยนอะไรขึ้นอยู่กับวิธีคิด แนวคิด และความพร้อมของผู้ประกอบการมากกว่า

รับชมวีดีโอ

hhttps://www.youtube.com/watch?v=ICZu7pwQ1Bo&t=10s

 

 

 

 

Most Viewed
more icon
  • แต่งบัญชี หวังจะเลี่ยงภาษี

    แต่งบัญชี หวังจะเลี่ยงภาษี ในอดีต เราคงจะเคยได้ยินเรื่องที่ผู้ประกอบการ มักจะทำบัญชีสองเล่ม โดยมีเหตุผลว่าเพื่อใช้สำหรับกู้เงินกับธนาคารและใช้สำหรับยื่นเสียภาษีเงินได้ บัญชีทั้ง 2 เล่มนี้ มีความแตกต่างกันในเรื่อง...

    calendar icon20.05.2020
  • 5 วิธี พาธุรกิจฝ่าวิกฤตตามแนวคิด Lean Management

    ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังระส่ำระส่ายจากความท้าทายรอบด้าน ทุกธุรกิจต่างได้รับผลกระทบกันทุกหย่อมหญ้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทางรอดของผู้ประกอบการมีหลายทาง แต่วันนี้เราอยากชวนผู้ประกอบการมารู้จักกับแนวคิดการบริหา...

    calendar icon03.05.2020
  • แหล่งเงินทุนของ SMEs

    แหล่งเงินทุนของ SMEs ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า (EXAC) เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) มีหน้าที่เป็น One Stop Service เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการให้บริการแก่ลูกค้าของธนาคารแ...

    calendar icon28.12.2021