TESTIMONIAL

ลิปสติกออแกนิกส์ สวยใสไม่แพ้

 

มีคนกล่าวไว้ว่า “ชีวิตที่ไม่มีความฝัน ก็เหมือน ชีวิตที่ไม่มีความหมาย” เพราะความฝันทำให้มีเป้าหมายว่า เราอยากอยู่เพื่ออะไร อยากทำอะไร  อยากมีชีวิตแบบไหน 

 ความฝันอยากจะเป็นเจ้าของกิจการ ของหญิงสาวตัวเล็กๆ “ลักษณ์วดี พิพัฒนศิริกุล” หรือ แพร์  ทำให้เธอลุกขึ้นมาเปลี่ยนชีวิต จากนักบัญชีสาวที่มีชีวิตราบเรียบและมั่นคง มาสู่การเป็นแม่ค้าขายลิปสติกออแกนิกส์ออนไลน์และออฟไลน์ 

 เราพบแพร์ เมื่อครั้งที่มา Pitching โครงการธุรกิจของเธอ เพื่อขอสมัครเข้าเรียนในหลักสูตร Neo Exporter  ของ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า ( EXAC) รุ่นแรกในปี 2562

 แพร์ เล่าให้ฟังว่า เธอมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ส่งออกให้ได้ภายใน 5 ปี นับจากวันแรกที่เริ่มตั้ง บริษัท โลเวลล่าเวิลด์ จำกัด ขึ้นมาเพื่อผลิตลิปสติกออแกนิกส์ออกขาย เมื่อเดือน สิงหาคม 2560  เพราะเห็นว่าตัวเองมีศักยภาพที่จะเป็นผู้ส่งออกได้ แม้อาจจะยังเตาะแตะ แต่ถ้าได้เสริมความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ กฎระเบียบต่างๆ และเทคนิคการทำธุรกิจส่งออก ความฝันคงไม่ไกลเกินเอื้อม 

 “แพร์ มีเป้าหมายอยากจะส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ผ่านมามีตัวแทนจากจีนสนใจมาติดต่อขอซื้อลิปสติกจากเราไปลองใช้ และทดลองขายก็ปรากฎว่าขายได้ แต่เขาต่อราคาเราหนักมาก เลยต้องคิดใหม่ว่าถ้าเราส่งออกไป เรตที่ได้ก็ไม่ต่างจากตัวแทนไทย ทั้งที่เราขายลิปสติกราคาเฉลี่ยประมาณแท่งละ 290 บาท ถ้าเป็นราคาในต่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นออแกนิกส์เหมือนกันก็ถือว่าถูกกว่าคู่แข่งมาก ” ลักษณ์วดี กล่าว 

ดังนั้นเธอจึงพยายามหาทางต่อยอดความรู้ที่มี เพื่อหาทางเพิ่มศักยภาพตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และไปให้ถึงเป้าหมาย เมื่อเห็นประกาศเชิญชวนให้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรผู้ส่งออกหน้าใหม่ ( Neo Exporter) ของ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า (EXAC) ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ก็สมัครเข้ามาขอเรียนในหลักสูตรนี้ด้วย 

 หลังจากได้เข้าเรียนในหลักสูตรนี้ ลักษณ์วดี บอกว่า  ได้เรียนเรื่องการบริหารจัดการ การวางแผน มีกรณีศึกษามาให้ดูด้วย เรียนสนุก อาจารย์แต่ละท่านที่มาให้ความรู้ จะมีกลยุทธ์มาเสริมให้ จากเรื่องที่เรารู้มาก่อนแล้ว บางเรื่องเรารู้แต่ก็หลงลืมไปหรือไม่ให้ความสำคัญมากนัก  เป็นการช่วย Update ข้อมูลความรู้ และบางครั้งก็จุดประกายว่าเรื่องนี้เรายังไม่ได้ทำ ก็ลองทำดู  

 ลักษณ์วดี เล่าย้อนความให้ฟังว่า ก่อนที่จะหันมาประกอบอาชีพอิสระและเป็นเจ้านายของตัวเองนั้น เธอเริ่มจากการทำงานประจำเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีอยู่บริษัทตรวจสอบบัญชียักษ์ใหญ่อย่างดีลอยซ์ทูซ  หลังจากเรียนจบคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

 “หลังจากทำงานมา 3 ปี ก็รู้สึกหมดไฟจึงลาออกไปเรียนต่อปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ที่อังกฤษ ช่วงที่เรียนก็เริ่มสนใจที่จะทำธุรกิจอะไรสักอย่างก็นั่งคิดไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมาลงตัวที่ลิปสติกสำหรับคนที่แพ้สารเคมี เนื่องจากตัวเองเป็นคนที่แพ้ง่ายมาก แม้กระทั่งลิปมันที่ทาให้ปากชุ่มชื้นก็แพ้ จนปากแตกเลือดไหลเป็นแผลเจ็บปวดมาก จึงเริ่มศึกษาหาความรู้ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง จนมั่นใจว่าเราอยากทำลิปสติกทางเลือกสำหรับคนแพ้ง่าย และใช้ได้สำหรับเด็ก โดยใช้ผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์เป็นวัตถุดิบ” เธอ กล่าว 

 ที่เลือกทำผลิตภัณฑ์ตัวนี้เพราะเธอเห็นว่า ที่สำรวจตลาดมายังไม่พบว่ามีใครทำลิปสติกออแกนิกส์ในไทย ที่มีจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่เป็นของนำเข้าจากต่างประเทศมาขายทั้งนั้น 

 เมื่อลงตัวแล้วว่าอยากจะทำผลิตภัณฑ์อะไร ก็เริ่มหาแหล่งวัตถุดิบและหา OEM  (Origianl Equipment Manufacturer) ที่จะมาผลิตสินค้าให้ในแบรนด์ของเธอคือ Lovella Organics ซึ่งลักษณ์วดีพิถีพิถันในการเลือก OEM อย่างมาก เดินเยี่ยมชมโรงงานมากกว่า 30 แห่ง เพื่อดูกระบวนการและมาตรฐานการผลิตให้ได้สิ่งที่พอใจและดีที่สุด 

 ลักษณ์วดี  กล่าวว่า ด้วยความที่เป็น Auditor มาก่อน เราจะละเอียดในการเลือกสรรผู้ผลิตและแหล่งนำเข้าวัตถุดิบมาใช้  ยอมรับว่าสินค้าของเรานำเข้าวัตถุดิบเยอะเพราะต้องการของจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่าได้มาตรฐานออแกนิกส์จริงๆ ทำให้ราคาสินค้าที่ผลิตออกมาก็อยู่ในระดับสูงพอควร  แต่ราคาก็ยังต่ำกว่าสินค้านำเข้า 

 ในปีแรกที่ขายสินค้า เธอเริ่มจากการขายในออนไลน์ เปิดเว็ปไซต์และในทุกแพลตฟอร์มที่ขายได้ และโปรโมทในโซเชียลมีเดีย แต่ก็พบว่ายอดขายไม่วิ่งมากนัก ขายได้ไม่กี่แท่ง เธอจึงต้องปรับวิธีคิดในการทำธุรกิจใหม่ด้วยการไม่ตั้งเป้าการขายเป็นมูลค่า แต่คิดเป็นปริมาณจำนวนแท่ง เพราะคิดว่าน่าจะท้าทายกว่า และกำหนดค่าตอบแทนตัวเองเป็นเงินเดือนเพื่อให้มีแรงกระตุ้นให้พยายามมากขึ้น 

เวลาที่ผ่านมา ได้ให้ประสบการณ์ที่ดีในการทำธุรกิจ ลักษณ์วดี พบว่า การทำอะไรให้ถูกต้อง ตามกฎระเบียบ และเป็นผลดีต่อธุรกิจมากกว่าการทำธุรกิจแบบไร้มาตรฐาน จึงเริ่มจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นผลดีต่อการจะขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากสามารถนำเอาภาษีซื้อมาขอคืนได้ 

 นอกจากนี้ หากต้องการเข้าไปขายในคอนวีเนียนสโตร์ หรือ ร้านค้าใหญ่ๆ และส่งออก จะต้องทำบัญชีให้ถูกต้อง มีบัญชีเดียวและมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 

 “ตอนนี้ตั้งเป้าที่จะขายในร้านบูท ประเทศไทย ให้ได้ ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขจะเข้าไปได้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เราก็ดำเนินการแล้ว และเชื่อว่าในระยะเวลาอันใกล้ค’ได้เห็นลิปสติก Lovella Organics ในเชลฟ์ของร้านบูท ” ลักษณ์วดี  กล่าว

 สำหรับการขายลิปสติกของ Lovella Organics นั้น สัดส่วนขายผ่านออฟไลน์ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ขายผ่านออนไลน์ 80% แต่ปัจจุบันลดลงมาขายออนไลน์ 50% ขายออฟไลน์ 50% 

 “ยอดขายออฟไลน์เพิ่มขึ้น เพราะเราเพิ่มตัวแทนจำหน่าย และก็มีคนมาซื้อของเราไปขายในต่างประเทศ มีที่ จีน และ บาร์เรน ซึ่งในอนาคตเราหวังว่าจะเพิ่มการส่งออกไปได้มากกว่านี้ค่ะ” ลักษณ์วดี กล่าวทิ้งท้าย 

 

 

 

 

 

 

Most Viewed
more icon
  • 'พันธมิตร' เคล็ดลับความสำเร็จสไตล์ Snow girl

    “การทำธุรกิจให้รวยคนเดียวมันหมดสมัยแล้ว ต้องไปด้วยกันเป็นกลุ่ม มีพาร์ทเนอร์ ช่วยให้เราเห็นมุมมองกว้างขึ้นและรู้เทรนด์โลก” ดร.ธนธรรศ สนธีระ หรือคุณโอเล่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม เนเชอรัล โปรดักซ์ จำกัด ...

    calendar icon18.04.2020
  • กระเป๋าใส่จักรยานไทย ดังไกลในต่างแดน

    “ การได้ทำงานในสิ่งที่รัก ก็เหมือนกับไม่ได้ทำงาน ไม่เหนื่อย ไม่ท้อ ไม่กดดัน และมีความสุขที่ได้ทำงานทุกวัน” เป็นหลักการในการทำธุรกิจของ คุณวิภพ ล้อมเขต เจ้าของบริษัท Move cycling prod...

    calendar icon16.03.2020
  • เขียน Product of Thailand บนผลิตภัณฑ์ เคล็ดลับส่งออกของ Thai Younger Farm

    กอล์ฟ - ณัฐกิตติ์ จิตต์ปราณีชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท Thai Younger Farm ในแต่ละปี มีนักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นจำนวนไม่น้อย แต่มีไม่กี่คนที่สามารถจะต่อยอดแสวงหาโอกาสทางธุรกิจจนกลายเป็นผู้ส่งออกได...

    calendar icon28.08.2020